2005/Aug/18

การที่เราเปิดบล็อคนี้ได้อีกครั้งถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด...

อำลาบล็อคนี้นะ

อำลาไดเราที่yenta4ด้วย

เหตุผล? ไปดูเอาที่บล็อคใหม่ได้มั้ย?

http://mazoridphie.exteen.com

มันafaidจนเราบอกไว้ที่นี่ไม่ได้

ขอบคุณทุกท่าน

ขอบคุณที่มาบล็อคนี้

ขอบคุณ...ถ้าคุณจะตามเราไปบ้ากะเราที่บล็อคใหม่

Bye Bye, But... not Goodbye...


edit @ 2005/08/18 17:03:32

2005/Aug/03

ไม่ใช่ผีกระสือหรือว่าอะไรหรอกนะ

แต่เป็นนี่!

ฺBloody Evil # 4 ต่างหากล่า~!

ไปเถอะๆ ไปกันเถอะนะ

เรากะว่าจะแต่งอิมเมจBloody Weddingน่ะ

เป็นเจ้าสาวที่ตายวันแต่งงานแล้วก็กลายมาเป็นผีกุ๊กกู๋~

ใครก็ได้~~~ ช่วยมาแต่งเป็นเจ้าบ่าวให้เราที้~~~ ><

ตอนนี้คือเตรียมชุดกะไอ้เรียวให้วุ่น

ขาดอีกหลายอย่างนะ เย็บมือด้วย

เอ้า! ตาย~

555+ งานนี้บอกแม่ไว้แล้วเรียบร้อย แม่ให้ โอเค!

แต่...ไปแต่งตัวข้างนอกครับ... (สรุปคือเราต้องหอบเอาสุ่มเจ้าสาวบานๆไปแต่งข้างนอก!)

ก็...พอทนนะ^^

เป็นงานเดอ งานแรกที่เราไป

ตื่นเต้นเหมือนกันนะ กะว่าจะถ่ายรูปมาลงด้วย

ทางที่ดีหลังวันงานแล้วซื้อแว่นกันแดดมาใส่ด้วยก็ดีนะ... - -

อา... ่ก่อนจากกัน นิดนึง

อยากบอกว่ารู้สึกผิดต่อพวกป๋าๆมากกกกกกกก

เพราะไดเราเปลี่ยนBGแล้ว เป็นรูปเดอนะ

http://diary.yenta4.com/diary.php?teru_chi

ไปเม้นต์มั่งก็ดีน้า~~~

Bye Byeคร้าบ~

2005/Aug/01

Title: ไม่มี Author: teru_chi Finish: 30 Jul 05 Finish time: 11.45 P.M. Rate: PG 13 Note: รากเลือดมาก ค้างฟิคเรื่องนี้ไว้ประมาณ 1 เดือนแล้วรื้อมาแต่งต่อเมื่อวาน (30 ก.ค. 48) เพราะอารมณ์หื่นส่วนตัวที่อยากให้มันจบลงด้วยดี (พล็อตทีแรกคือจบลงแบบมืดมนตามชื่อเรื่อง) มันเป็นฟิคตามใจ! ห้ามหวังอะไรกับฟิคเรื่องนี้ มันมืดมน น้ำเน่าและจบได้สดใสเลี่ยนเหวอที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา และที่อยากเขียนให้มันจบๆไปก็เพราะว่าเราค้างซีรี่ย์Slaveกับซีรี่ย์Bossไว้ (ตอนแรกคือMorning Slave! ที่ลงไว้ในบอร์ด) เราจะได้ต่อฟิคซีรี่ย์นี้ทันที ด้วยเพื่อนสุดที่รักของข้าพเจ้ามันจี้ตูดแล้วและเหตุผลอีกอย่างคือฟิคเดอที่เรากำลังร่างพล็อตอยู่ กะว่าจะเขียนควบกับซี่รี่ย์ยาวนั้นไปด้วย บอกไว้ก่อนทำใจไม่ได้ก็ต้องทำเพราะเป็นพี่ดายเสียบท่านเคียว กับอีกพล็อตที่เพื่อนวางไว้ให้ก็ท่านเคียวกับอีหนูโต๊จจี้ คงน่ารักพิลึกนะ (ส่วนตัวไม่ชอบแต่งฟิคที่มีฉากนั้นและการข่มขืน แต่ให้อ่านก็เอา) อา...อยากเอาเกลย์กะเดอมายำจังเลย แต่กลัวแฟนๆเขาจะมาตบเราตายซะก่อน... ... ท่ามกลางค่ำคืนจันทร์กระจ่างที่ละอองหิมะโปรยปราย ณ มุมสงบๆในสวนสาธารณะของเมืองฮาโกดาเตะ ที่นั้นมีชายคนหนึ่งกำลังยั่งยองๆหยอกล้อสุนัขสีขาวตัวเล็ก ป้ายชื่อสลักที่ห้อยไว้ที่คอสลักคำว่า ชิโร่ มือเรียวยกเศษผ้าขึ้นแกว่งไกวไหวๆล่อให้เจ้าหมาน้อยงับซึ่งเจ้าตัวน้อยนั้นก็ทำตามโดยดีด้วยความสนุก สักพักจึงสังเกตว่ามีชายอีกคนที่ดูสูงกว่าเดินเข้ามาหาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ มือหยาบสะกิดหลังแผ่วเบา ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันกลับมามองหน้าชัดๆ ตามด้วยปากขยับร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดีใจ เจ้าชิโร่กระโดดโถมเข้าใส่ด้วยเช่นกัน ทาคุ! อืม ร่างสูงตอบพร้อมระบายยิ้ม จะไป...แล้วเหรอ? เทรุถามขณะที่ยังคงหยอกเล่นอยู่กับชิโร่ไม่เลิก จากนั่งยองๆอยู่ก็จุ้มปุ้กลงไปกับพื้นหิมะเย็นเฉียบแทน แววตาที่ฉายแววสนุกเมื่อครู่หรี่ลงต่ำ หางตาเหลือบมองทาคุโร่เพียงแว่บเดียว ราวกับไม่อยากรีบไปตอนนี้ จะเที่ยงคืนแล้ว เทกโกะ ไปเถอะ ทาคุโร่เอ่ยปาก อีกนิดไม่ได้เหรอ? ดูชิโร่มันสิ มันอยากเล่นต่อนะ อากาศหนาวๆอย่างนี้อยากแข็งตายรึไงล่ะ? เมื่อไม่มีอะไรจะอ้างอีก เทรุก็พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงรับรู้ ก่อนเอ่ยสั้นๆ อืม ทาคุโร่ยื่นมือออกไปพยุงเทรุให้ลุกขึ้น เทรุลุกขึ้นพลางบิดตัว เอี้ยวตัวปัดเศษหิมะ ขว้างเศษผ้าชิ้นเล็กในมือทิ้งไปไกลหมายจะทิ้งๆไปซะ ซึ่งชิโร่รู้ดีเลยไม่ได้วิ่งตามไป มันกระดิกหางแลบลิ้นเผล่คอยเจ้านายของมันนัยว่าเมื่อไหร่จะพร้อมสักที แล้วทาคุโร่ก็เดินเลี่ยงออกมาโดยมีเทรุตามหลังและรั้งท้ายด้วยเจ้าชิโร่ ไม่มีใครพูดอะไรสักคน ทั้งที่ปกติเวลาไปไหนมาไหนบรรยากาศมันจะดี...กว่านี้นี่ ดูเหมือนวันนี้ทาคุโร่ออกจะเงียบๆไปสักเล็กน้อยในความคิดของเทรุ อาจจะเพราะว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของผู้หญิงคนนั้น... คนสำคัญที่เดินทางไปยังสถานที่แห่งความทรงจำที่พวกเขาขังมันเอาไว้ทั้งหมด และแน่นอนว่าพวกเขาก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น อามิ... เสียงแผ่วจากทาคุโร่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หือ? 2 ปีแล้ว...สินะ...? เทรุไม่ตอบคำพูดที่ดูจะเป็นเหมือนคำถามนั้น ใบหน้าเรียวงุดลงไร้ซึ่งคำใดๆหลุดออกมา ท่ามกลางอากาศหนาวแบบนี้เขารู้สึกว่าฝ่ามือเขาชื้นๆพิกล สาเหตุนั้นหลากหลายจนไม่อาจจับได้ว่าเป็นเรื่องใด เหมือนมันคิดอะไรไม่ออก... ในขณะที่สมองว่างเปล่าเทรุก็ได้แต่เดินตามร่างสูงไป ทางที่ทั้ง 3 เดินไปนั้นเป็นทางด้านหลังของสวนสาธารณะแห่งนั้น จริงอยู่ที่มันดูแล้วออกจะรกทึบไปสักหน่อยด้วยป่าขนาดย่อม ต้นไม้เลื้อยนานับชนิดที่ไม่มีใครรู้จักพันไปรอบๆ ถูกปกคลุมด้วยหิมะ หยากไย่เกาะแห้งแข็งจากอากาศที่หนาวเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและบรรยากาศที่ดูมาคุ เมื่อมาถึงที่ๆน่าจะเป็นจุดหมายของคนทั้งคู่ ทาคุโร่ก็เอี้ยวตัวกลับฝากช่อดอกไม้นั้นไว้ให้เทรุแล้วใช้มือหยาบของตัวเองปัดป้องแหวกออกเป็นทางกว้างพอให้คนตัวใหญ่อย่างเขาลอดไปได้ ชายหนุ่มลอดตัวเองไปก่อนแล้วยื่นมือโผล่มากระชับเข้ากับฝ่ามือชื้นเหงื่อของเทรุ นายไหวมั้ย เทกโกะ...? น้ำเสียงนั้นมีความห่วงใยแฝงอยู่ เทรุดูฝืนๆ...มือที่เขาสัมผัสอยู่สั่นจนรู้สึกได้ รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง ไม่เป็นไร... ว่าแล้วก็ยกตัวขึ้นเพื่อผ่อนแรงอีกฝ่ายก่อนก้าวข้ามไปอย่างไม่ยากเย็น เมื่อทั้งสองข้ามมาพ้นแล้วก็ตามมาด้วยเจ้าชิโร่ที่ดูท่าทางเริงร่าผิดกับเจ้าของลิบลับ มันกระโดดข้ามตามไปอย่างคล่องแคล่ว เทรุคืนดอกไม้ช่อสวยนั้นให้ทาคุโร่ไป อีกด้านของฉากป่าที่ดูน่ากลัวนั้นคือสวนดอกลิลลี่ป่าหลากสีสันและดอกคาซบลังก้าสีขาว เงาทอดเด่นด้วยแสงจันทร์ สีที่แต่งแต้มอยู่บนกลีบดอกขึ้นเงาสีขาวนวลตามแสงที่ตกกระทบ ดูเหมือนว่ารอบด้านยิ่งมืดเท่าไหร่ สวนดอกไม้นี้ยิ่งดูเด่นขึ้นเท่านั้น เสียงสวบสาบจากการย่ำลงบนพื้นทำให้เทรุอดสงสารดอกไม้เหล่านั้นไม่ได้ กลีบดอกที่ช้ำจากการเดินของร่างสูงข้างหน้าแบนราบไปกับพื้นดิน เขาลดตัวลงเด็ดดอกลิลลี่ป่าสีชมพูสวยขึ้นมาหนึ่งดอก สูดดมกลิ่นหอมและเด็ดกลีบเล่นระเรี่ยไปตามทาง ทาคุโร่ที่นำหน้าอยู่เดินลิ่วๆไม่สนใจคนข้างหลังที่เด็ดดอกไม้เล่นอย่างใจเย็น ดูแล้วเหมือนไม่ใส่ใจอะไรเท่าไหร่นักแต่ในใจกลับลุกวาบไปด้วยความคิดที่หลากหลาย ทั้งสับสน น้อยใจ และ...อาจจะหวาดกลัว เทรุดูเนือยๆไปตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อนที่เขาบอกว่าจะถึงวันคริสมาสต์แล้ว ใช่...สำหรับคนอื่นวันคริสมาสต์ถือว่าเป็นวันที่มีความสุข บ้างอยู่กับคนรัก บ้างอยู่กับครอบครัว บ้างกินเลี้ยงเฮฮากันในแมนชั่นเล็กๆ แต่สำหรับเขาทั้งสองนั้นอาจจะเรียกว่าเศร้าที่สุดคงจะไม่แปลก ในวันนี้เมื่อ 2 ปีก่อนเป็นวันเดียวกับที่คนที่เคยสำคัญที่สุดในชิวิตของเทรุได้จากไป จากไปเพราะฝีมือของเขาเอง...เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเอง... ร่างสูงสะบัดหัวไล่ความคิดที่เจ้าตัวคิดว่างี่เง่าออกไป เทรุเห็นอาการนั้น มือเรียวยื่นไปแตะข้อมือข้างที่ถือช่อดอกไม้อยู่ของคนข้างหน้า ถามด้วยสายตาว่า เป็นอะไรหรือเปล่า? ซึ่งแน่นอนว่าทาคุโร่ส่ายหน้า เขาค่อยๆแกะนิ้วเรียวออกทีละนิ้วพลางส่ายหัวไปมา เทรุมองด้วยแววตาเจ็บปวด ทาคุ... มือที่โดนบังคับแกะออกกลับยึดจับแน่นเข้าไปอีก น้ำเสียงที่เรียกร้องอะไรบางอย่างข้างในบ่งบอกความเจ็บปวดเป็นที่สุด หากทาคุโร่ไม่สนใจ...เรียกให้ถูกคือแสร้งทำเป็นไม่สนใจมากกว่า... ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่กินเวลาค่อนข้างนานทีเดียว บรรยากาศที่ไร้คำพูดใดๆมันน่าอึดอัดจนอยากไปให้พ้นๆ แต่จุดหมายของคนทั้งคู่ก็อยู่ไม่ไกลเช่นกัน ระยะทางจากสายตาของเทรุมองเห็นแผ่นป้ายหินอ่อนสีขาวสลักเป็นลวดลายแบบคริตจักรตั้งอยู่ ความจริงคือมันใกล้ขนาดที่ว่าเห็นดอกกุหลาบสีแดงที่ปลูกล้อมรอบเป็นวงกว้างประมาณ 2 เมตรอย่างเด่นชัด หากยิ่งก้าวเข้าไปใกล้เท่าไหร่เหมือนหัวใจยิ่งถูกบีบคั้นจากความรู้สึกที่มองไม่เห็นมากเท่านั้น เหมือนทั้งทาคุโร่และเทรุเองอยากจะถ่วงเวลาออกไปทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็น ไปเถอะ... ทาคุโร่ออกปากก่อน อีกไม่กี่เมตรก็ถึงแล้ว เทรุได้แต่พยักหน้ารับ และออกก้าวเดินตามทาคุโร่ที่ไปก่อนแล้ว ในใจยังเฝ้าวนเวียนถามคนข้างหน้า นายยังรู้สึกผิดอยู่เหรอ? ... อีกไม่กี่นาทีต่อมาทาคุโร่ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าป้ายนั้น และราว 10 นาทีเทรุก็ตามมาถึง เบื้องหน้าของทั้งคู่คือหลุมศพคอนกรีตขนาดใหญ่ที่มีป้ายหินอ่อนสลักคำว่า อามิอยู่ รอบๆนั้นมีดอกกุหลาบสีแดงสวยปลูกอย่างปรานีต มีเพียงตรงนี้เท่านั้นที่เป็นดอกนี้ ดูเด่นสวยขึ้นมาทีนทีเมื่อรายล้อมด้วยลิลลี่ป่า ราวกับพระจันทร์ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิดไร้ดวงดาว ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง พาเอาละอองหิมะล่องลอยมาด้วย ช่อดอกไม้ในมือทาคุโร่ดูช้ำๆไปเพราะอากาศที่ค่อนข้างหนาว ความเงียบเริ่มมาเยือนอีกครั้งเมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก และความรู้สึกอึดอัดนั้นมันก็ตามมา... หนาวมั้ย? อีกครั้งที่ทาคุโร่เป็นฝ่ายเอ่ยทำงายความเงียบ แต่ประโยคนั้นลอยผ่านเทรุไป เพราะมันเป็นประโยคเพื่อคนในหลุมศพตรงหน้า... ไม่มีคนมาเยี่ยมตั้งปีหนึ่งนะ...ดอกไม้ที่เธอปลูกยังสวยเหมือนเดิม... ยังคงออกมาจากปากของทาคุโร่ กุกลาบสีแดง...เธอชอบมันมากใช่มั้ยล่ะ? เป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ ขอโทษด้วยที่เอามาให้ช้าไป ฉันกับเทกโกะหว่านเมล็ดเองกับมือเลยนะ... ดูสิ...มันล้อมรอบเธออยู่ มันชอบเธอนะ... ทาคุโร่เว้นวรรคชั่วครู่ สายตาเขาเพ่งไปที่ภาพเบื้องหน้าโดยพยายามไม่มองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ วันนี้เขาตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเองที่ยังคงติดค้างในใจระหว่างเขาและเทรุ เขายังจำได้ดี... ในวันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เหมือนเทรุจะรู้ใจ เขาคิดว่าเขารู้ว่าทาคุโร่คิดเรื่องอะไรอยู่ มันเป็นเรื่องเดียวกับที่เขาเองก็กำลังคิดอยู่ในขณะนี้ เมื่อไหร่ที่เขาทั้งสองคนมาเยี่ยมหลุมศพของอามิที่นี่ มันอดที่จะนึกถึงไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทาคุโร่เย็นชากับเขามาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นอีกครั้ง... ทาคุโร่กับเทรุกำลังย้อนความหลังร่วมกัน... ... ไม่ทันที่ทาคุโร่จะกล่าวอะไรต่อไปเทรุก็นั่งคุกเข่าลงหน้าหลุมศพของอามิซะก่อน ภายในเสื้อโค้ทตัวบางเขาล้วงมือเข้าไปเพื่อหยิบของบางอย่าง แต่มือเรียวก็ค้างไว้แค่นั้น แทนที่จะขยับมือเทรุขยับปากแทน โกรธมั้ยอามิ...? โกรธมั้ยถ้าฉันจะพูดอะไรต่อไปนี้... ทาคุโร่มองหน้าเทรุแปลกๆ เทรุจะพูดอะไร...? ชายหนุ่มคิดในหัวโดยไม่ได้พูดออกมา เขาเพียงแต่รอดูท่าทีของคนข้างๆว่าจะทำอย่างไรต่อไป และนั่น...สร้างความอึดอัดให้ตัวเขาอย่างมาก ทั้งบรรยากาศอันหดหู่และความหนาวเหน็บจากละอองหิมะมันกัดกินเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เทรุอาจจะทำอะไรที่เขาคาดไม่ถึงก็ได้ ถ้ามันนำมาซึ่งความแตกหักในความสัมพันธ์ของพวกเขา เขาก็คงไม่สามารถทักท้วงอะไร มัน...เจ็บปวดที่สุด... ความหนาวเย็นจากละอองหิมะมันเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บที่ประทุขึ้นมาจากภายในใจเลยแม้แต่นิดเดียว เรียวนิ้วลูบไล้ไปบนแผ่นหินสลักนั้น เทรุเอามือออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท โน้มตัวลงประทับริมฝีปากแผ่วบนกลีบดอกกุกลาบบางที่ร่วงหล่นตรงตำแหน่งหัวใจของอามิพอดี หยาดน้ำใสหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตที่ฝังศพ จุมพิตแผ่วเบานั้นให้ความรู้สึกเศร้าจนทาคุโร่ต้องเบือนหนาหนี ถ้าเทรุยังคิดถึงอามิอยู่ล่ะ? มันถูกหรือเปล่าที่เขารั้งตัวเทรุไว้ถึง 2 ปี...? ทาคุโร่หลับตานิ่ง เขากำลังใช้เวลาในการประมวลความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ในใจ เทรุคงจะรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง... เวลาที่ผ่านมาถึง 2 ปีมันช่างงี่เง่าที่สุด! ทาคุโร่เบือนหน้าหนีจากคนตรงหน้า หนีแม้กระทั่งความรู้สึกตัวเอง หนีอามิ หนีทุกๆอย่าง... ขายาวเตรียมเดินกลับไปทางเดิมที่มา หากเสียงแหบทุ้มที่สั่นเครือได้เอ่ยคำเพื่อหยุดรั้งชายหนุ่มไว้ ทาคุอย่าเพิ่งไปนะ... ถึงนายไม่อยากฟัง...ฉันก็จะพูด ฉันจะพูดตอนนี้...ที่นี่ ครั้งเดียวเท่านั้น... แผ่นหลังกว้างที่เคยยืดตรงดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทรุพูดจบ จะย้ำอีกเหรอ? ในเรื่องที่ตัวเขาก็รู้อยู่แล้ว... ทาคุโร่ก้าวเท้าไปหยุดตรงตำแหน่งข้างเทรุ ค่อยนั่งลงอย่างเชื่องช้า ทันทีที่เข่าสัมผัสกับพื้นเย็บเยียบ เปลือกตาบางได้ปิดสนิทโดยไม่รู้ตัว เขากำลังหนีอีกแล้ว...คราวนี้เขาหนีจากสิ่งที่เทรุจะพูด อามิ... เทรุเอ่ยเสียงแผ่ว เว้นวรรคชั่วครู่ เธอคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตฉันเลยนะ ช่วงหนึ่งในชีวิต...ฉันรักเธอ รัก...เธอ เพียงเท่านี้น้ำตาของลูกผู้ชายทั้ง 2 ก็หล่นลงอาบแก้ม ทาคุโร่ยกมือขึ้นปิดใบหน้าชื้น ราวกับปิดการรับรู้ของตน แต่เทรุยังคงพูดต่อ แม้ปลายเสียงจะสั่นเพียงใดก็ฝืน...เขาไม่อยากให้เวลา 2 ปีนี้มันผ่านไปอย่างไร้ความหมายตามที่ทาคุโร่คิด... เขาต้องพูด...พูดเพื่อให้มันจบ ในวันนั้น...คนที่ทำให้เธอต้องหลับไปตลอดกาลไม่ใช่ทาคุหรอก... มันเป็นเพราะฉันเอง ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวของใครทั้งนั้น แต่มันเป็นเพราะตัวฉัน... ความเห็นแก่ตัวของฉันทำร้ายทุกคน... เพราะฉันรักเธอ...ในขณะเดียวกันฉันก็รักทาคุด้วย... วันที่ทาคุมาสารภาพกับฉันเป็นวันที่ฉันดีใจที่สุด ทั้งๆที่ไม่ควรรู้สึกเพราะกำลังคบอยู่กับเธอ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาการตื่นเต้นดีใจราวกับรักแรกนี้มันมาจากไหน และเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกของตัวเองทำให้ฉันตอบรับคำชวนของทาคุอย่างง่ายดาย... หึ...เป็นเรื่องตลกหรือเปล่า...? เหล้าแค่ 2 แก้วไม่ทำให้ฉันเมาหรอกนะ ไม่ใช่ทาคุที่ฉวยโอกาสแต่เป็นเพราะฉันเต็มใจ... คืนที่ฉันตัดสินความรู้สึกด้วยร่างกายแสนสกปรกนี่... คือคืนที่ฉันแน่ใจในสิ่งตัวเองรู้สึกและตั้งใจจะบอกความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองกับเธอ... แต่เธอก็จากไปไม่มีวันกลับ... ทำไม...? ทำไมเธอถึงออกเดินทางไปก่อนที่จะรอพวกฉัน..? ทำไมเธอไม่อยู่เพื่อตบหน้าฉัน... เพื่อตะโกนว่าฉันมันสารเลวที่มาหลอกผู้หญิงดีๆอย่างเธอ... เทรุไม่อาจกลั้นความรู้สึกตื้อที่ประทุขึ้นมาได้อีกต่อไป เขาหยุดเสียงไว้แค่นั้นแล้วปล่อยสะอื้นออกมา ร่างแกร่งสั่นไหว ไหล่หนาขยับขึ้นลงเมื่อจะพยายามฝืน ทาคุโร่คลายมือออกเมื่อเทรุพูด ทั้งๆที่รู้สึกเศร้าแต่ในใจกลับตื้นตัน เขาดีใจที่เทรุเองก็คิดอย่างเดียวกับเขา หากเสียงเล็กๆในใจก็ร้องเรียกเอาไว้ อามิไม่ผิด...เธอไม่ควรได้รับการชดใช้แบบนี้ มันไม่ใช่แค่ความเห็นแก่ตัวของใครหรือการโทษตัวเองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะความผิดที่ร่วมกระทำกันสองคน หากจะรับผิดชอบนั้นเทรุไม่ควรเป็นฝ่ายเสียใจและชดใช้แต่เพียงผู้เดียว... เทกโกะ ทาคุโร่เรียกเสียงแผ่ว เขาหันไปโอบคนข้างๆไว้อย่างปลอบโยน เรียวนิ้วลูบผมนิ่มเบา เทรุกอดตอบ วงแขนบอบบางรัดแน่นกับเอวแกร่งปล่อยโฮในอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้อย่างโหยหา 2 ปีที่ผ่านมาเขาทั้งสองอยากทำอย่างนี้มาตลอด ไม่ใช่การแก้ตัวแต่พวกเขาเต็มใจที่จะรับความผิดนี้ด้วยกัน จวบจนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน วงแขนทั้งสองคลายออกจากกัน เทรุยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาของทาคุโร่และของตน ผละมือไปล้วงในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนา ควานหาอยู่ชั่วครู่ก็ล้วงออกมา สิ่งที่เทรุเอาออกมานั้นคือกล่องทรงเหลี่ยมเล็กๆขนาดที่วางบนฝ่ามือได้ และเมื่อเปิดออกก็พบว่าข้างในมันคือสร้อยคอเพชรแสนสวยที่มีจี้เป็นแผ่นเหล็กบาง สลักคำว่า Forever มีพลอยที่ทำเป็นรูปกุหลาบสีแดงติดอยู่ด้วยที่ตัวo มันคือสิ่งที่ฉันเคยคิดจะมอบให้เธอนะ... อามิ...เธอจะโกรธมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าตอนนี้มีคนที่เหมาะสมกับสร้อยเส้นนี้กว่าแล้ว คนที่ฉันอยากให้เขาใส่มันไว้ตลอดเวลา... เทรุหยิบออกมาปลดตะขอออกแล้วสวมให้ทาคุโร่ ใครคนนั้นคือทาคุ... มันสายไปมั้ยถ้าฉันจะพูดคำนี้ให้นายฟังทาคุ... เรียวลูบไล้มาบนใบหน้าทาคุโร่ เกลี่ยปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาแห้งๆนั้นให้ ฉันรักนายนะ... สิ้นคำริมฝีปากร้อนก็กดลงกับริมฝีปากบาง ค่อยละเลียดลิ้นไปตามเรียวปากแผ่วเบา ก่อนสอดปลายลิ้นเข้าไปช้าๆ ความหาความหวานล้ำที่อยากสัมผัสมาตลอด เทรุตอบสนองลิ้นร้อนนั้นด้วยปลายลิ้นนุ่มของตัวเอง ตวัดไล้เลียพัวพันอยู่ในปาก ทั้งทาคุโร่และเทรุต่างได้ลิ้มรสรักจากกันและกัน มันมีทั้งความปร่าเค็มจากน้ำตาและความหวานจากริมฝีปากที่ประกบอยู่ เวลาผ่านไปไม่นานนักแต่ทั้งคู่รู้สึกราวกับมันนานเป็นปีๆ ริมฝีปากที่ผละออกจากกันแดงช้ำ คราบน้ำลายที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากของเทรุดูชุ่มฉ่ำ ความรู้สึกที่ฉายอยู่ในแววตาบ่งบอกว่า รัก... ลมหนาวที่พัดมาเบาได้พาเอาละอองหิมะมาด้วย ทั้งคู่โอบกอดกันไว้อีกครั้ง ทั้งที่รู้สึกผิด... แต่ก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้... ทันใดนั้น...ทาคุโร่และเทรุก็เบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน เสียงลมพัดหวีดหวิวเป็นสำเนียงภาษาราวกับกำลังบอกกับพวกเขาว่า ไม่เป็นไร... อาจจะเป็นการเข้าข้างตัวเองไปสักนิด แต่ถ้าพวกเขาเข้าใจไม่ผิด นั่นคือเสียงของอามิ... ขอบคุณ...อามิ... ทาคุโร่เอ่ยขอบคุณกับอากาศที่ไม่มีตัวตน หากในความรู้สึกแล้วทั้งเขาและเทรุต่างรู้สึกว่าอามิยังคงอยู่นะที่นี้ ทั้งคู่อิงแอบกันท่ามกลางอากาศหนาว ไออุ่นจากคนที่รักทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหนาว เปลือกตาบางประกบปิด มือเรียวทั้งสองเกาะเกี่ยวกัน ในความเงียบต่างได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน ขอบคุณ... ทาคุโร่ย้ำอีกครั้ง ... แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดเข้าตาของคนทั้งคู่ที่ตอนนี้นอนกอดกันกลมอยู่หน้าหลุมศพ เทรุลืมตาก่อน ตามด้วยทาคุโร่ที่เพิ่งตื่นและกำลังงัวเงียได้ที่ เทรุใช้มือตีแขนทาคุโร่เบาๆ ริมฝีปากบางเอ่ยคำๆแรกของวันนี้ อรุณสวัสดิ์ อืม ทาคุโร่ตอบรับ อรุณสวัสดิ์นะ อามิ ไม่มีเสียงตอบนอกจากสายลมที่พัดมาแผ่วเบา ดอกกุหลาบที่ลำต้นไม่แข็งแรงนักลู่ไปตามแรงลมเหมือนคนกำลังพยักหน้ารับ นั่นอาจจะเป็นการตอบรับจากอามิก็ได้ อา... นี่เป็นวันแรกในการเริ่มต้นความรักของเราสินะ ทาคุโร่พูดขึ้น นั่นสิ... เทรุรับ ต้องขอบคุณอามิ เขาพูดต่อ ใช่ เพราะเธอ ทาคุโร่ทอดปลายเสียงอ่อนโยน เอ๋~! ไม่ใช่เพราะนายฉวยโอกาสเมื่อ 2 ปีก่อนเหรอ? เทรุหยอกเล่น ไหนนายบอกว่านายเต็มใจไง? ทาคุโร่เองก็เอามั่ง ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมา ก็...ทั้งคู่ละนะ ฮะ ฮะ ฮะ อื้ม เอาล่ะๆ ไปกันเถอะนะ ไปฉลองคริสมาสต์ย้อนหลังกัน เทรุพยักหน้ารับ อืม ฉลองให้อามิด้วย ทั้งสองคนมองกันแล้วยิ้มออกมา ลุกขึ้นหันหลังไปให้กับอามิ ก้มหัวลงหนึ่งทีแล้ว นั่งยองๆเก็บดอกกุหลาบมาได้คนละกำเบ้อเร่อ เด็ดเอาแต่กลีบดอกแล้วโปรยไปทั่วบริเวณ Happy Xmas! ลมพัดมาแผ่วเบาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ละอองหิมะที่ปลิดปลิวมา แต่เป็นกลีบกุหลาบสีแดงสวยตัดกับพื้นหิมะสีขาว ส่งผลให้รอบด้านเต็มไปด้วยบรรยากาศมีชีวิตชีวา ทาคุโร่เดินจูงมือมาที่หน้าหลุมศพอีกครั้ง ไม่มีบรรยากาศที่หดหู่ ไม่มีความรู้สึกที่คลุมเครือ มีแต่ความแน่วแน่ที่จะเริ่มชีวิตใหม่กันจากนี้ ทั้งคู่หันหลังแล้วยิ้ม จูงมือกันเดินออกไป ฝ่าเท้าที่ย้ำพื้นคราวนี้ลงไปที่กองหิมะไม่ใช่กลีบดอกไม้อย่างในตอนแรก เรียวนิ้วที่เด็ดดอกลิลลี่ขึ้นมากระชับมันไว้ในมือ ร่างของคนทั้งสองค่อยๆถูกดูดกลืนโดยแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สดใส ดั่งอนาคตของคนทั้งคู่จากนี้ไป... *จบ* (จริงๆนะจ๊ะ อยากอ่านเรื่องต่อไปรีเควสต์มานะ จะรอๆ : teru_chi) ***อ่านแล้วช่วยเม้นต์ให้ด้วยนะครับ***